มหาวิทยาลัยสวนดุสิตทำหน้าที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยยึดหลักการพัฒนาที่คำนึงถึงมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (People-centred development) และการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน (Community resilience) ควบคู่ไปกับพันธกิจด้านการบริการวิชาการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้กิจกรรม “ผ้าห่มอุ่นใจ” โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ร่วมมือกับหน่วยงานด้านมนุษยธรรม ได้แก่ เหล่ากาชาดจังหวัดนครนายก และสภากาชาดไทย ดำเนินการระดมทรัพยากร เครื่องอุปโภคบริโภค และผ้าห่ม เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะ civic university ที่ไม่เพียงทำหน้าที่ด้านการเรียนการสอน แต่ยังตอบสนองต่อวิกฤตทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
การดำเนินงานของกิจกรรมนี้เน้นการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา โดยทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานในกระบวนการช่วยเหลือเชิงมนุษยธรรม (Humanitarian assistance) ตั้งแต่การรวบรวมสิ่งของ การคัดแยก การจัดส่ง ไปจนถึงการประสานงานกับเครือข่ายภายนอก เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable communities) ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่
ผลลัพธ์ของการดำเนินกิจกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน (Disaster relief) แต่ยังช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ความรู้สึกปลอดภัย และความหวังให้แก่ผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ (Post-disaster recovery) นอกจากนี้ กิจกรรมยังช่วยปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่นักศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ด้านการจัดการภัยพิบัติและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ในเชิงสถาบัน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตแสดงบทบาทเป็น “ตัวกลางทางสังคม” (Social facilitator) ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ ทรัพยากร และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและองค์กรด้านมนุษยธรรม การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการช่วยเหลือ ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และยั่งยืน
ดังนั้น กิจกรรม “ผ้าห่มอุ่นใจ” จึงถือเป็น หลักฐานเชิงประจักษ์ (Direct evidence) ที่สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ผ่านการดำเนินงานที่เน้นการบรรเทาความเดือดร้อน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของตัวชี้วัด SDG 11.5.1 อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
